รับน้อง "ว้าก"ในมุมมองความคิดสองขั้ว
posted on 09 Jun 2009 19:23 by newwavestudioช่วงนี้คงเป็นช่วงที่หลายๆมหาลัยเปิดเทอมกันแล้วนะคะ
สำหรับน้องใหม่ปี1ที่มาจากมัธยม (รวมทั้งเราด้วย)
นอกจากการเรียนที่เปลี่ยนไป ที่ต้องพึ่งพาตัวเอง และรับผิดชอบมากขึ้น ไม่เหมือนกับในโรงเรียนแล้ว
สิ่งที่รอเราอยู่คือ กิจกรรมต่างๆในมหาลัย และในคณะ หรืออาจจะในเมเจอร์
..
..
ปี1 ช่วงเทอมหนึ่ง จากที่เราได้ยินมาจากรุ่นพี่ปี2 พวกเค้าบอกว่า
เป็นช่วงที่กิจกรรมเยอะที่สุด
เป็นช่วงแห่งการปรับตัวกับอะไรหลายๆอย่าง
หลายๆคนจากบ้านมาไกล พบกับสังคมใหม่
รอบๆตัวมีแต่คนและสถานที่ที่ไม่เคยพบพานมาก่อนในชีวิต
เหมือนกับเปลี่ยน Theme ของชีวิต ยิ่งต้องเรียนรู้อะไรมากกว่า
ทุกคนจะได้เรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองและพึ่งพากันและกัน
..
..
และตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงนั้นค่ะ
ช่วงนี้เข้าสู่ช่วง "รับน้อง"
กิจกรรมที่เรียกได้ว่า สำคัญที่สุด (สำหรับเรานะ)
เพราะเราคิดว่า เป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่แสดงความยินดีที่จะต้อนรับคนกลุ่มหนึ่ง
เข้ามามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ร่วมสถาบันเดียวกัน ที่ความฝันที่แม้แตกต่างแต่ก็มาหลอมรวมกันได้
และสิ่งที่เราคิดว่าการรับน้องนั้นมักจะมีเสมอ
คือการ
"ว้าก"
..
..
****Warning******
เนื้อความบางส่วนเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
..
..
..
ขอย้อนความไปถึงตอนที่เราโดนว้ากครั้งแรก
ตอนม.4 ในห้องเรียนห้องหนึ่งที่บรรจุเราและเพื่อนๆ รวมทั้งรุ่นพี่กลุ่มหนึ่ง
ตอนนั้นเพื่อนเราร้องไห้ เราเลยร้องไห้ไปด้วย
เราก็คิดเข้าข้างพี่ว่า พี่เค้าแค่แสดงละครน่า
แต่เพื่อนที่ร้องไห้หนักกว่า เค้าพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า
"ทำไมรุ่นพี่ต้องว่าเราแรงขนาดนี้ด้วย เราไปทำอะไรให้"
เราก็เลยปลอบเพื่อน แต่ก็ไม่ได้หาคำพูดดีๆอะไรมาอธิบาย เพราะเราก็ไม่รู้อะไรเป็นอะไรเหมือนกัน
พูดง่ายๆคือ งงอยู่ (ฮา)
วูบหนึ่งเราก็คิดเหมือนเพื่อนนะ
แต่ก็คิดว่า พี่เค้าก็เสียสละเหมือนกัน ยอมโดนคนจำนวนมากขนาดนี้รู้สึกแย่ด้วยเนี่ย
มีใครที่จะอยากให้คนอื่นมาเกลียดตัวเองแบบนี้กัน
..
..
หลังจากนั้น เพื่อนเราก็ได้กลายมาเป็นพี่ว้ากใน 2 ปีต่อมา
ฉากที่เราได้เห็นคือ รุ่นน้องหัวดื้อที่พยายามแทบตายเพื่อให้พี่ๆยอมรับและมอบรุ่น
ทุกคนกอดคอกัน ร้องเพลงด้วยกันอย่างสุดกำลัง
จากที่เป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยในชีวิต
หลังจากที่ทำกิจกรรมร่วมกันสำเร็จไปด้วยดี
พวกเขากอดคอกันเป็นกลุ่ม ปล่อยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง และหัวเราะด้วยกัน
มันเป็นภาพที่เราประทับใจ (เห็นแล้วย้อนนึกถึงสมัยที่ตัวเองยืนอยู่ตรงนั้นเลยล่ะ)
..
และนอกจากนี้ ระบบว้าก ยังทำให้อะไรๆเป็นระบบระเบียบด้วย
จะเห็นได้จากการที่รุ่นน้องต้องมีสัมมาคารวะต่ออาจารย์และรุ่นพี่
ต้องเข้าแถวเป็นระเบียบ ห้ามยุกยิกก็คือห้ามยุกยิก แต่งตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกันทั้งหมด
(ซึ่งเราก็ทำแบบนี้อยู่ ฮา)
ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีอยู่เหมือนกัน
..
..
..
แต่ในความคิดอีกด้าน!!!!
..
..
..
ช่วงนี้เรามีโอกาส(อันน้อยนิด) ได้มาจับเข่าคุยกับเพื่อนๆจากโรงเรียนเดียวกันซึ่งแยกย้ายกันไปคนละคณะ
ว่าเค้าได้ทำกิจกรรมอะไร ยังไงบ้าง (ด้วยความอยากรู้อยากเห็น) พวกเค้าก็ตอบเรามาด้วยสีหน้าเนือยๆว่า
"กุโคตรเหนื่อยเลย หลับในห้องเรียนทุกวันแหละ"
"เชรี่ย กุไม่ได้นอนเลย สราดดดดด"
"กุโคตรเครียดเลย ให้จำชื่อทั้งคณะ ใครจะไปจำได้" ฯลฯ
(/ขออภัยที่พิมคำไม่สุภาพนะคะ แต่เพื่อให้ได้อรรถรสและเข้าถึงอารมณ์สูงสุด)
..
..
หลังจากฟังเราก็ตกใจว่า
อะไรจะขนาดนั้น แล้วแบบนี้พวกเขาใช้พลังงานร่างกายและสมองไปกับการเรียนได้เท่าไหร่กัน
เราสอบแทบเป็นแทบตายเข้ามาเรียนไม่ใช่เหรอ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการเรียนไม่ใช่เหรอ
แถมดูเหมือนจะไม่ใช่แค่พลังงานร่างกายลดลง (เนื่องจากนอนไม่พอ)
พลังงานสมองถดถอย (ก็เพราะนอนไม่พอ แถมยังใช้สมองไปกับกิจกรรมมากไป)
ยังจะมีสุขภาพจิตที่เสื่อมโทรมด้วย
..
ยกตัวอย่างจากเราเองแล้วกัน...
คือเราเป็นไฮเปอร์ (Panic&Hyperventilation syndrome) [ข้อมูลเพิ่มเติม]
ทำให้อยู่ในสถานการณ์กดดันมากๆ ไม่ได้ (แม้จะว้ากหรือ กดดันอื่นๆ)
วันนี้เราเลยโดนหามออกมาในสภาพกำเริบขณะทำกิจกรรมที่คณะ
พี่ๆปี2เลยพาไปส่งหาหมอในมหาลัย
ซึ่งคนที่ตรวจให้ก็เป็น น.ศ.แพทย์ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่จะจบออกไปเป็นอาจารย์หมอแล้ว
เค้าก็บอกเรา(ที่อยู่ในสภาพอาการหนัก) ว่าให้ใจเย็นๆ แล้วก็ลูบไหล่ที่เกร็งไปหมดแล้วของเราให้คลายลง
ตอนนั้นมันเหมือนอาการต่างๆ (ยกเว้นปวดหัวอย่างแรง) มันหายไปทันทีเลย
เค้าบอกว่าโรคนี้มันมาจากความเครียดและความกดดันที่อยู่ลึกๆในใจ
ที่เรามีอาการร้องไห้ไม่หยุดและหายใจหอบถี่
มันเป็นกลไกของร่างกายที่เป็นไปเอง เราจะไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองเครียดเลย
(รู้ตัวอีกที ก็ออกอาการซะแล้ว)
แม้ว่าเราก็ไม่ได้สนใจว่าจะโดนว่าอะไร แต่ร่างกายยังคงรับรู้ และเป็นความสะเทือนต่อจิตใจโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่พี่หมอ (/เรียกแบบนี้ก็แล้วกันนะคะ) อธิบายให้เราฟังแล้ว เค้าก็ส่ายหน้าแบบไม่พอใจ
แล้วเปรยให้เราฟังว่า
พี่หมอ : ช่วงนี้เคสแบบนี้เยอะนะ เป็นอะไรเหรอ เค้าทำอะไร ว้ากว่าไงมั่ง
เรา : (/นึกถึงแล้วเริ่มน้ำตาไหลมาเองอีกรอบแล้วเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าทำอะไรกันบ้าง)
พี่หมอ : (/เฮ้อ) พี่ว่ามันงี่เง่านะ ทำไมต้องมาไซโคให้สะเทือนใจกันด้วย
พี่ก็พอจะรู้นะว่า แต่ละคณะก็มีจุดประสงค์ของเค้า แต่คนเราไม่เหมือนกัน
ถ้ามันร้ายแรงกว่านี้ แทนที่มันจะเป็นผลดี มันจะกลายเป็นการทำร้ายคนอื่นแทน
(//พูดประมาณนี้ล่ะค่ะ เราจำได้ไม่หมดอ่ะ)
เรา : (/นิ่งคิดสักพักแล้วเริ่มเล่าเรื่องที่เพื่อนพูดถึงกิจกรรมที่คณะตัวเองให้ฟังเพราะอยากรู้ความคิดเห็น)
พี่หมอ : นั่นแหละ ยิ่งงี่เง่าเลย นอนไม่เพียงพอเนี่ย มันส่งผลเสียหลายอย่างนะ
ไม่ต้องจริงจังกับกิจกรรมมาก ยังไงทั้งหมดของเราตอนนี้คือการเรียนนะครับ
ที่สำคัญพี่ว่า การมาไซโค กดดันกันเนี่ย พี่ไม่เห็นมันจะมีผลดีตรงไหน พี่ไปเห็นยังทนไม่ได้เลย
ดูอย่างคณะพี่ ไม่เห็นต้องมาว้ากกันก็ยังรักกันดีเลย พี่ว่า..ถ้าอยากให้รักกัน
ไปทำกิจกรรมส้รางสรรค์สังคมด้วยกันทั้งคณะดีกว่า ผ่านความลำบากด้วยกันเหมือนกัน
แต่มีประโยชน์แถมไม่เสียสุขภาพจิตด้วย (/ยิ้ม
)
เรา : (/อืม..จริงด้วย)
..
..
แล้วเราก็กลับมาที่หอพร้อมยาลดความเครียดที่พี่หมอให้มาเพื่อที่ว่าคืนนี้จะได้หลับลง
พรุ่งนี้เราได้รับอนุญาตให้ไปซ้อมบาสชมรมสายได้ แล้วก็ได้ย้ายจากนักกีฬาไปเป็นสวัสดิการแทน
(/มีใบสั่งว่าห้ามออกกำลังกายหนักๆ แล้วกัน! อดเก็บข้อมูลในฐานะนักบาสเลย
)
..
..
..
..
ยังไงก็ตาม ที่กล่าวมาในเอนทรี่ย์นี้ เป็นมุมมองของคนในเหตุการณ์ที่ผ่านการว้ากมาในรูปแบบต่างๆ
(รวมทั้งตัวเราเองด้วย) ที่เอามาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อย่าคิดมากนะคะ
..
ช่วงนี้ใครที่รู้ตัวว่าโหมกิจกรรมมากไป ลองหาเรื่องโดดมานอนให้เต็มอิ่มบ้างสิคะ (/แอบดาร์คนะความคิดนี้)
สมองเราต้องใช้เรียนรู้อะไรอีกมาก ถ้ารู้ว่าอะไรที่มันหนักตอนนี้ก็ Del ทิ้งลงรีไซเคิลบินไปบ้าง
เมื่อไหร่ที่รู้สึกปลอดโปร่งพอค่อยเอากลับมาคิดใหม่
..
..
..
แล้วก็ฝากถึงวัยเรียน(เช่นกัน)ทุกคน ตอนนี้เปิดเทอมกันแล้ว ตั้งใจเรียนเข้านะคะ
ถ้าเหนื่อยที่จะต้องมาหวังเกรดสวยๆ ก็ขอให้คิดซะว่ามันเป็นแค่ของแถม
แต่สิ่งที่เราได้มา และมีค่าที่ตีเป็นเงินไม่ได้ นั่นก็คือ...
ความรู้ค่ะ
...
..
.
ปล. วันนี้อัพมีสาระแฮะ (ฮา) เพราะงั้นฉลองให้กับสาระที่หาไม่ค่อยได้ ขอดาวแดงหน่อยนะคะ (/อ้อน)
ปล.2 ช่วยกันลดโลกร้อน รดน้ำต้นไม้กันนะคะ
(/เฉยเลย เหอๆ)
ปล.3 อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพกันดีๆนะคะ
ปล.4 CREDITS : สาระวันนี้ http://mupan.multiply.com/reviews/item/3
ปล.5 สุขสันต์วันเกิดมุคุรั่วนะ
...
..
.
Shiz/Ideologies

[KHR] HBD Yamamoto Takeshi















555+
ฮาหน้าดูเลย
เอิ๊กๆ
อีกกี่ปีเนี๊ย
มากกว่า4ปีได้(เนื่องจาก อยู่ม.3 555+)
#1 By Me on 2009-06-09 21:15